top of page

ประวัติจากคำบอกเล่า

ประวัติวัดกุนนทีรุทธาราม

 

วัดกุนนทีรุทธาราม หรือวัดห้วยขวางตามที่ชาวบ้านเรียกนั้น ประวัติเป็นมาอย่างไรไม่แน่ชัด อาศัยการบอกเล่าของผู้สูงอายุดังที่ได้บอกไว้แล้วเบื้องต้น 

 

      วัดตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของถนนสุทธิสาร ทิศตะวันออกของวัดติดคลองห้วยขวาง ( ความจริงคลองห้วยขวางและถนนสุทธิสาร เกิดขึ้นหลังการตั้งวัด) จากการบอกเล่าของผู้สูงอายุได้บันทึกไว้ว่า นางคล้าย ไม่ทราบนามสกุล เป็นผู้ให้ที่ดินสร้างวัดเป็นคนแรก ต่อมานายฟ้อน ซื่อสัตย์ได้ให้ที่ดินเพิ่มขึ้นอีก รวมแล้วประมาณ ๘ ไร่เศษ ( ทางวัดได้ทำการสำรวจรังวัดสอบเขตออกโฉนดเสร็จเรียบร้อย เมื่อวันที่ ๑๐ เดือน มกราคม พ.ศ.๒๕๒๗ โฉนดเลขที่ ๑๒๓๒๑๕ ตำบล สามเสนนอกฝั่งเหนือ อำเภอพญาไท ( บางซื่อ) จังหวัดกรุงเทพมหานคร 

 

      มีกุฎิ ๒ หลัง แต่ไม่ทราบนามผู้สร้าง เข้าใจว่าคงจะร่วมกันสร้างหลาย ๆ คน มีพระอยู่ปกครองวัดปีละ ๑ รูปบ้าง ๒ รูปบ้าง ชาวบ้านมีอาชีพทำนา แม้ว่าวัดจะอยู่ห่างจาก สนามเป้าประมาณ ๕ กิโลเมตรเศษก็ตาม แต่ก็กันดาร ไม่มีถนนไปมาติดต่อต้องเดินผ่านทุ่งนา ไม่คอยมีการติดต่อกับตำบลอื่น เพราะคมนาคมลำบากมาก วัดขาดการบำรุงรักษา ทำให้ชำรุดหักพังไปตามสภาพ 

 

      การที่ได้ชื่อว่าวัดห้วยขวาง คงจะเรียกตามชื่อของตำบล เปลี่ยนชื่อเป็นวัดกุนนทีรุทธาราม จากทางราชการ เมื่อใดไม่มีผู้ใดทราบ 

 

      พ.ศ.๒๔๕๕ พระอาจารย์เปลี่ยน ได้ปกครอง มีพระอาจารย์ปั้น สุปนฺโน วัดประชาระบือธรรม ได้เป็นหัวหน้าร่วมกับชาวบ้าน สร้างอุโบสถถวารขึ้น ๑ หลัง ใช้เสาไม้ แต่กำแพงก่ออิฐถือปูน เครื่องบนใช้ไม่ทั้งหลัง ทำกันเองโดยอาศัยความถนัดของแต่ละคนช่วยกันทำ และมีนางเนย ไม่ทราบนามสกุล สร้างศาลาการเปรียญ ๑ หลัง ใช้ไม้ทั้งหลัง 

 

      วัดอยู่ในถิ่นกันดาร ดังกล่าวแล้ว จึงมีพระอยู่จำพรรษาไม่มาก นอกจากชาวบ้านใกล้วัดจะบวชลูกหลาน ซึ่งก็มีจำนวนน้อยเพราะบ้านอยู่กันเป็นหมู่เกาะ และห่างๆ กัน มีชาวบ้านไม่มาก

 

 


 

ข้อมูลทัวไป

 

ชื่อ : วัดกุนนทีรุทธาราม(วัดห้วยขวาง)

ที่อยู่ : เลขที่ ๘๘ ถนน สุทธิสารวินิจฉัย ซอยอินทามระ ๕๙ หมู่ที่ ๒ แขวงห้วยขวาง-ดินแดง เขตดินแดง จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10400

เบอร์โทร : 022763585

 

ประวัติความเป็นมา จากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุซึ่งเป็นคนท้องที่เขตดินแดงโดยก าเนิด ได้เล่าถึงต านาน ความเป็นมาของเขตดินแดงว่า เดิมพื้นที่เขตดินแดงส่วนใหญ่เป็นท้องทุ่งนา ต่อมาในสมัย จอมพล ป. พิบูล-สงคราม ได้มีการสร้างทางด้วยดินลูกรังจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิถึงบริเวณ สามเหลี่ยมดินแดง และสร้างต่อไปจนถึงบริเวณโรงเรียนพร้อมพรรณในปัจจุบัน ดังนั้นเมื่อ รถวิ่งผ่านจึงเกิดฝุ่นสีแดงกระจายไปทั่ว ประชาชนจึงเรียกถนนสายนี้ว่า “ ถนนดินแดง ” เนื่องจากถนนสายนี้อยู่ในพื้นที่เขตดินแดง และเป็นถนนสายหลักที่ประชาชนใช้สัญจรในสมัย นั้น จึงได้ตั้งชื่อเขตให้สอดคล้องกับพื้นที่เดิมที่เรียกขานกันจนติดปากว่า “ เขตดินแดง ” พื้นที่เขตดินแดง เดิมเป็นแขวงหนึ่งของเขตพญาไท ต่อมามีพระราชกฤษฎีกา เปลี่ยนแปลงพื้นที่เขตพญาไท เขตห้วยขวางและเขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2521 ได้โอนพื้นที่แขวงดินแดงของเขตพญาไทมาขึ้นกับเขตห้วยขวาง โดยมีผลบังคับใช้เมื่อ 3 พฤษภาคม 2525 จนถึง พ.ศ. 2532 กรุงเทพมหานครจึงได้จัดตั้ง ส านักงานเขต ห้วยขวาง สาขาดินแดง ขึ้น เพื่ออ านวยความสะดวกแก่ประชาชนในท้องที่ในการติดต่อ ราชการและต่อมาผู้บริหารกรุงเทพมหานครพิจารณาเห็นว่าเขตห้วยขวาง เขตพญาไท และ เขตราชเทวี มีอาณาเขตกว้างขวาง และมีพลเมืองอยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น ท้องที่บางแห่งอยู่ ห่างไกลจากส านักงานเขตท าให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางมาติดต่อ ราชการที่ส านักงานเขต ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการบริหาร การปกครอง และการอ านวย ความสะดวกแก่ประชาชนในท้องที่ กรุงเทพมหานครจึงด าเนินการเสนอตั้งส านักงานเขตดิน แดงไปยังกระทรวงมหาดไทย และ กระทรวงมหาดไทยได้มีประกาศฉบับลงวันที่ 8 ตุลาคม 2536 จัดตั้งส านักงานเขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ขึ้น โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2537 เป็นต้นไป จากพื้นที่เดิมที่เป็นท้องทุ่งนาและมีถนนดินลูกรังสีแดง ปัจจุบันพื้นที่เขตได้รับการ พัฒนาขึ้นมาตามล าดับ และเป็นที่ตั้งของส่วนราชการต่างๆ ที่ส าคัญหลายแห่ง อาทิ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร(ไทย - ญี่ปุ่น) กระทรวง แรงงานและสวัสดิการสังคม สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยาลัยป้องกัน ราชอาณาจักร ศูนย์ฝึกก าลังส ารอง(รด.) สถานทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย เป็นต้น นอกจากนี้พื้นที่เขตดินแดงยังมีวัดโบราณอายุกว่าร้อยปี คือ วัดกุนนทีรุทธาราม หรือที่ชาวบ้าน นิยมเรียกกันว่า “วัดห้วยขวาง” ตั้งอยู่ในซอยอินทามาระ 59 ถนนประชาสุข เขตดิน แดง มีพื้นที่ 9 ไร่ 50 ตารางวา สร้างขึ้นในสมัยใดไม่ปรากฏแน่ชัด ประมาณกันว่าไม่ต่ า กว่าปีพุทธศักราช 2428 (ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อ ปี พ.ศ. 2457 และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2512) โดย นายคล้าย ไม่ทราบนามสกุล และนายฟ้อน ซื่อสัตย์ เป็นผู้บริจาคที่ดินสร้างวัด ลักษณะเด่นของวัด กุนนที รุทธาราม คือ พระอุโบสถที่เสาท าด้วยไม้ แต่ก าแพงก่ออิฐถือปูนและเครื่อง บนใช้ไม้ท าทั้งหลัง ทรงไทย หลังคา มุงกระเบื้อง ว่ากันว่าการก่อสร้างอาศัยฝีมือของ ชาวบ้านที่ร่วมลงแรงสร้างกันเองตามถนัด ท าให้รูปแบบการก่อสร้าง เช่น ประตู หน้าต่าง และหน้าบรรณมีความแตกต่างกัน วัดกุนนทีรุทธาราม เป็นแหล่งรวมรูปหล่อจ าลอง พระพุทธรูปส าคัญต่างๆ ซึ่งเป็นจุดดึงดูดประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวให้ แวะมา นมัสการเยี่ยมชมอยู่มิได้ขาด โดยเฉพาะ “ รูปหล่อหลวงปู่ปั้น ” ซึ่งเชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์ จึงมักมีผู้เลื่อมใสมาบนบานศาลกล่าวกันอยู่เสมอ นอกจากวัดกุนนทีรุทธารามแล้ว พื้นที่ เขตดินแดงยังมี วัดพรหมวงศาราม หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า “ วัดหลวงพ่อเณร ” ตั้งอยู่ในซอยประชาสงเคราะห์ 27 (ซอยเพิ่มสิน) ถนนประชาสงเคราะห์ เขตดินแดง มี พื้นที่ 12 ไร่ 3 งาน 17 ตารางวา สร้างขึ้นเมือปี 2513 โดยนายมา ไม่ทราบนามสกุล และนายชด อ่อนวงศ์ เป็นผู้บริจาคที่ดินสร้างวัด ลักษณะเด่นของวัดพรหมวงศารามอยู่ที่ พระอุโบสถที่มีพระประธานนามว่า “ พระพุทธรัชดาภิเษกนุสรณ์ ” ปางมารวิชัย ลงลักปิด ทองงดงามมาก ประดิษฐานอยู่และเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนทั่วไป ภายในวัดมี สังเวชนียสถาน (สถานที่ประสูติ สถานที่ตรัสรู้ สถานที่แสดงธัมมจักกัปปวัตนสูตร แก่ปัญจวัคคีย์ทั้งห้า และสถานที่ปรินิพพาน) อีกทั้งยังมีโรงเรียนปริยัติธรรม ซึ่งเป็นศูนย์การ เรียนการสอนทางด้านพระพุทธศาสนาในพื้นที่เขตดินแดง และเขตใกล้เคียงด้วย นอกจากศาสนสถานแล้ว พื้นที่เขตดินแดงยังมีสถานที่ส าคัญของศาสนาคริสต์ คือ โบสถ์แม่พระฟาติมา ถนนอโศกดินแดง ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2498 โดยบาทหลวง ยอห์น บัปติสต์ อาแมสตอย เพื่อถวายเป็นเกียรติแด่แม่พระฟาติมา โดยทุกวันที่ 13 ของเดือน จะมีธรรมเนียมการแห่พระรูปแม่พระฟาติมาตามความเชื่อของคริสตชน ลักษณะ เด่นของโบสถ์ฯอยู่ที่บริเวณภายในโบสถ์ที่ตกแต่งได้อย่างวิจิตรงดงามมาก

©2022 by วัดกุนนทีรุทธาราม. Proudly created by Dryv Technology

ออกแบบและควบคุมโดยสำนักงานเจ้าคณะแขวงทุ่งพญาไท

และสำนักงานเจ้าอาวาสวัดกุนนทีรุทธาราม (ห้วยขวาง)

Wat Kunnathee.png
  • Facebook
bottom of page